Menstruation
 
การนับรอบประจำเดือน
 


การนับรอบประจำเดือนจะนับอย่างไร???

จะต้องนับวันแรกของการมีประจำเดือนหรือนับวันสุดท้าย???

ปกติแล้วรอบประจำเดือนจะตรงกันทุกเดือนหรือเปล่า???


อันที่จริงแล้ว..การที่ประจำเดือนของผู้หญิงมาตรงกันทุกเดือน ถือเป็นเรื่องที่ดี ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง เช่น จะได้เตรียมผ้าอนามัยติดตัวเอาไว้ เวลา ประจำเดือนใกล้จะมา หรือทำให้สามารถคำนวณช่วงเวลาที่ไข่ตกได้อย่างแน่นอน (สำหรับคนที่มีเพศสัมพันธ์ ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่สามารถตั้งครรภ์ได้ง่าย) แต่รอบประจำเดือนของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน แนะนำให้ลองทำจดวันที่มีประจำเดือนหรือช่วงที่ร่างกายเกิดความเปลี่ยนแปลงดูนะคะ

ส่วนการนับรอบเดือนนั้น ก็ให้เริ่มนับตั้งแต่วันแรกของการมีประจำเดือนครั้งนี้ ไปจนถึงวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งถัดไป ซึ่งโดยปกติแล้วจะกินเวลา ประมาณ 25-30 วัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความเครียด ช่วงที่มีความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
  หรือแม้แต่การใช้ยาคุมกำเนิด ในช่วงรอบเดือนนี้ ภายในร่างกายจะมีความเปลี่ยนแปลงดังนี้

ในช่วงสัปดาห์แรก : ต่อมพิทูอิทารี หรือต่อมใต้สมอง ที่อยู่บริเวณใต้สมองหรือฐานของกะโหลกศีรษะด้านซ้ายบริเวณขมับมีลักษณะกลมขนาดเท่าถั่วลันเตา จะส่งสัญญาณไปยังรังไข่ให้ผลิตฮอร์โมน Follicle-stimulating hormone หรือที่เราเรียกกันว่า FSH และ Luteinizing hormone หรือ LH ที่จะทำหน้าที่ กระตุ้นให้ไข่ตก และเมื่อไข่สุก ก็จะปล่อยฮอรโมนเอสโตรเจนออกมา ทำให้ผนังมดลูกหนาขึ้น เพื่อรองรับการฝังตัวของรังไข่

สัปดาห์ที่ 2 : ไข่ที่สุกเต็มที่ จะถูกปล่อยออกมาจากรังไขไปยังปลายท่อรังไข่ข้างหนึ่ง โดยที่ภายในท่อนำไข่จะมีเซลล์ขน ช่วยในการพัดโบกให้ไข่เคลื่อนที่ ไปยังมดลูก ขั้นตอนนี้จะกินเวลาประมาณ 2-3 วัน บางคนอาจจะรู้สึกปวดท้องน้อยแปล๊บๆ

สัปดาห์ที่ 3 : ระดับฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนจะสูงขึ้น ของเหลวที่ปล่อยออกมาทางช่องคลอดจะข้นขึ้นและน้อยลง จนเกือบไม่มี หากมีสเปิร์มมาผสมกับไข่ ระหว่างเคลื่อนไปที่ท่อรังไข่ ก็จะเกิดการตั้งครรภ์ขึ้น จากนั้นผนังมดลูกจะเตรียมพร้อมรองรับและบำรุงไข่ที่ได้รับการผสมนั้น แต่ถ้าไข่ไม่ได้รับการผสมจากสเปิร์ม มันจะสลายตัวและไหลออกมาทางช่องคลอด (ปกติจะเกิดก่อนการมีประจำเดือน) ในช่วงนี้ช่องว่างในรังไข่จะเริ่มผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนและโพรเจสเทอโรน น้อยลง ช่วงนี้จะกินเวลาประมาณ 12 วัน

สัปดาห์ที่ 4 : เมื่อระดับฮอร์โมนลดลง ผนังในมดลูกจะหยุดการหล่อเลี้ยงและลอกตัวออกมากลายเป็นประจำเดือนในที่สุด เมื่อเกิดประจำเดือนครั้งใหม่ วงจรทั้งหมดก็จะเริ่มต้นขึ้น

ดังนั้นรอบเดือนยาวหรือสั้นจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ทำให้ไข่เจริญเติบโตพร้อมปฏิสนธิ เราจึงควรจดวันแรกที่มีประจำเดือน ไว้ทุกครั้ง เพื่อเก็บเป็นข้อมูล ในการคาดคะเนวันไข่ตก คราวนี้จะได้นับรอบเดือนกันได้อย่างไม่คลาดเคลื่อนแล้วนะคะ

แพทย์หญิง เยาวลักษณ์ รพีพัฒนา