ประจำเดือนมานานกว่าปกติ


โดยทั่วไป เราต้องทราบก่อนนะคะว่า ประจำเดือนปกตินั้น จะมีระยะห่างของแต่ละรอบเดือน (นับจากวันแรกของรอบนี้ ไปถึงวันแรกของรอบถัดไป) เท่ากับ 24 – 32 วัน และ จะมีระยะเวลานาน ครั้งละ 3 – 7 วัน และมีปริมาณเฉลี่ย 33 ซีซี หรือไม่เกิน 80 ซีซีต่อรอบ เลือดจะมีปริมาณมากที่สุด ในวันที่ 1 – 2 ดังนั้น ถ้าใคร มีประจำเดือนมามาก หรือนานกว่านี้ หรือแต่ละรอบสั้นกว่า 21 วัน ก็ถือว่ามีประจำเดือนมากกว่าปกติ ซึ่งอาจมีสาเหตุต่างๆมากมาย แต่หลักๆแล้ว แบ่งเป็น 2 สาเหตุใหญ่คือ สาเหตุที่มาจากนอกมดลูก และสาเหตุที่มาจากภายในมดลูกเอง โดยเราจะเริ่มจากสาเหตุภายในมดลูกเอง ซึ่งก็แบ่งออกได้อีก หลายสาเหตุตามอายุ ถ้าอยู่ในวัยรุ่นหรือวัยเจริญพันธุ์ ก็อาจเกิดจากการมีติ่งเนื้องอกที่ปากมดลูก หรือมีเนื่องอกที่ตัวมดลูกเอง หรือแม้แต่การมีถุงน้ำหรือ ซืสต์ในรังไข่ข้างในข้างหนึ่ง หรือสองข้างก็ได้ แต่กรณีหลังนี้มันมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย และมักมีประจำเดือนออกกระปริดกระปรอยตลอดทั้งเดือนอีกด้วย อีกสาเหตุหนึ่งคืออาจมีการอักเสบติดเชื้ออยู่ในโพรงมดลูก ก็เป็นได้ โดยเฉพาะกรณีเคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว หรือมีแฟนหลายคนก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน
  การช่วยตัวเองโดยมีการสอดใส่วัตถุเข้าไปในช่องคลอด อาจก่อให้เกิดบาดแผล หรืออักเสบเรื้อรังได้เช่นเดียวกันค่ะ หรือแย่กว่านั้น ถ้าใครมีเพศสัมพันธ์แบบ ไม่ป้องกันอาจมีสิทธิ์ท้องและมีความผิดปกติ เช่น แท้ง หรือท้องนอกมดลูกก็อาจเข้าใจผิดว่ามีประจำเดือนนานกว่าปกติได้ค่ะ ส่วนสาเหตุที่มักกลัวกันเช่น มะเร็งมดลูก มะเร็งรังไข่ อาจทำให้ประจำเดือนผิดปกติได้เหมือนกัน แต่อายุน้อยๆจะมีโอกาสน้อย ยกเว้นมะเร็งปากมดลูกที่พบในผู้หญิงอายุน้อยๆ ได้ แต่ลักษณะเลือดที่ออกมักออกมาแบบกระปริดกระปรอย และมักมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์มากกว่าที่จะมีประจำเดือนมามากหรือนานกว่าปกติค่ะ ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นการที่มีประจำเดือนผิดปกติจากมดลูกเองค่ะ


แต่หลายครั้งทีเดียวที่เราพบว่าประจำเดือนที่มานานๆ นั้นเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น เกิดจากความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด เนื่องจากมีเกร็ดเลือด ที่ผิดปกติทำให้เลือดหยุดยากเวลามีประจำเดือน หรือเกิดจากการทำงานของสมองหรือต่อมไร้ท่อผิดปกติ เช่น เป็นโรคต่อมไธรอยด์ทำงานผิดปกติ มีความเครียด ความกังวล หรือแม้แต่การมีเนื้องอกในสมองก็มีความเป็นไปได้ แต่อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ เพราะจากการศึกษาพบว่าในเด็กวัยรุ่นนั้น ส่วนใหญ่ มักเกิดจากการที่ระดับฮอร์โมนในร่างกายยังไม่คงที่ จึงทำให้มีประจำเดือนผิดปกติได้ค่ะ ซึ่งการรักษาทำได้โดยการให้รับประทานฮอร์โมนซึ่งอาจอยู่ ในรูปแบบของยาเม็ดคุมกำเนิดก็ได้ค่ะ ซึ่งนอกจากจะทำให้ประจำเดือนน้อยลงแล้ว ยังช่วยให้ผิวพรรณดี ลดสิวได้อีกด้วยค่ะ แต่อย่างไรก็ดี ถ้ามีความสงสัยว่า ประจำเดือนของเราผิดปกติลองกล้าๆไปพบสูตินรีแพทย์ดู คุณหมออาจไม่ต้องตรวจภายใน แต่ตรวจอื่นๆแทน เช่น ตรวจเลือด ตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง เป็นต้น ซึ่งไม่ได้ทำอันตรายกับร่างกายของเราเลยค่ะ


แพทย์หญิง เยาวลักษณ์ รพีพัฒนา